คำถามที่พบบ่อย Q&A

A: การอบรม CPD ( ย่อมาจาก Continuing Professional Development ) หมายถึง การอบรมเพื่อพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องอบรมเป็นประจำทุกปี/div>

A: นักบัญชีไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีทุกคน เฉพาะนักบัญชีที่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นนิติบุคคลมอบหมายให้เป็นผู้ทำบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 เท่านั้น โดยผู้ทำบัญชีที่ได้รับมอบหมายจะต้องแจ้งการรับเป็นผู้ทำบัญชีให้กับนิติบุคคลดังกล่าว ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทราบภาย ใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่รับทำบัญชี

A: ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยเป็นวิชาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึง หากอบรมชั่วโมงบัญชีในปีนั้น 6 ชั่วโมงแล้ว อีก 6 ชั่วโมงที่เหลือ จะเป็นชั่วโมงบัญชี หรือชั่วโมงอื่นๆก็ได้ แต่ต้องอบรมให้ครบ 12 ชั่วโมง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี และแจ้งชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ผ่านระบบ TFAC Online Service ของสภาวิชาชีพบัญชีฯ (www.tfac.or.th) ภายในวันที่ 30 มกราคม ของปีถัดไป (ซึ่งในอนาคตอันใกล้ จะเปลี่ยนแปลงให้แจ้งชั่วโมงภายในวันที่ 31 ธันวาคม )

A: ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยแบ่งเป็น
• ชั่วโมง CPD ที่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับด้านบัญชีหรือด้านสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รวมทั้งด้านอื่น ๆ ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ กำหนด
• ชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการ 20 ชั่วโมงต่อปี และต้องยื่น CPD ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี แจ้งผ่านทางระบบ TFAC Online Service (ชั่วโมงที่เป็นทางการส่วนที่เกิน 20 ชั่วโมง สามารถนับเป็นชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการได้)

A: หากผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนปีแรก และมีระยะเวลานับตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนจนถึงวันสิ้นปี ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จะต้องเริ่มเก็บชั่วโมง CPD ในปีที่ขึ้นทะเบียนทันที แต่ถ้าหากระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน สามารถเริ่มเก็บชั่วโมง CPD ในปีถัดไปได้ เช่น หากในปี 2568 ผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนในเดือนกันยายน ยังไม่ต้องเก็บชั่วโมง CPD ในปี 2568 แต่เริ่มเก็บครั้งแรกในปี 2569 นั่นเอง

A : (ปีแรก) ผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตเป็นปีแรกต้องมีจำนวนชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ตามสัดส่วนของจำนวนเดือนที่ได้รับใบอนุญาตในปีนั้น โดยไม่นับเศษของเดือน
(ปีถัดไป) ผู้สอบบัญชีเก็บชั่วโมง CPD จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปี

A : ผู้ทำบัญชี
บทกำหนดโทษ
กรณีผู้ทำบัญชีไม่เก็บชั่วโมง และแจ้งให้ครบถ้วน จะมีโทษตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และอบรมให้ครบจำนวนชั่วโมงตามระยะเวลาที่ขาดหายไปให้ครบถ้วน แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง

กรณีตัวอย่าง การอบรมให้ครบจำนวนชั่วโมงตามระยะเวลาที่ขาดหายไป
• ในปี 2567 ผู้ทำบัญชีอบรมวิชาบัญชีได้ 5 ชั่วโมง ยังขาดชั่วโมง CPD อีก 7 ชั่วโมง แบ่งเป็นวิชาบัญชี 1 ชั่วโมง วิชาอื่นๆ 6 ชั่วโมง ผู้ทำบัญชีจึงต้องอบรมในปี 2568 ชดเชยให้ครบถ้วน จำนวน 7 ชั่วโมง + ของปี 2568 อีก 12 ชั่วโมง รวมเป็น 19 ชั่วโมง
• ผู้ทำบัญชีไม่เคยอบรมเลยตั้งแต่ปี 2564-2567 รวมทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง × 4 ปี = 48 ชั่วโมง ซึ่งเกินกว่าข้อกำหนดอบรมชดเชยไม่เกิน 24 ชั่วโมง ดังนั้นปี 2568 ต้องอบรมชดเชย 24 ชั่วโมง + ปีปัจจุบัน 12 ชั่วโมง = 36 ชั่วโมง

B : ผู้สอบบัญชี
บทกำหนดโทษ
การยื่นชั่วโมงไม่ครบ ไม่มีค่าปรับ แต่สภาวิชาชีพบัญชีได้สรุปบทลงโทษที่ผู้สอบบัญชีจะได้รับมี 2 เรื่อง
1. สั่งพักใช้ใบอนุญาต หมายถึง ผู้สอบบัญชีไม่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหานี้ให้เรียบร้อย
2. ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด

แนวทางการแก้ไข
1. อบรมชดเชยในปีถัดไปให้ครบถ้วน เมื่อเรารู้ตัวว่าอบรมไม่ครบ ให้เช็คจำนวนชั่วโมงที่ขาดไป แล้วรีบอบรมให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด จากนั้นแจ้งชั่วโมง CPD แก่สภาวิชาชีพบัญชีให้เรียบร้อย ตามปีที่หนังสือรับรองระบุ
2. ยื่นหนังสือชี้แจงเหตุพฤติการณ์ที่จำเป็น เนื่องจากข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีกำหนดไว้ว่าผู้สอบบัญชีต้องยื่นหนังสือชี้แจงเหตุพฤติการณ์จำเป็นแก่สภาวิชาชีพบัญชีภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่พฤติการณ์จำเป็นนั้นได้สิ้นสุดลง

เอกสารประกอบด้วย
• หนังสือชี้แจงเหตุพฤติการณ์ที่จำเป็น
• แบบฟอร์มรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ผส.10)
• หนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สอบบัญชีและรับรองสำเนาถูกต้อง
• หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล เอกสารนี้ใช้เพื่อดำเนินการตรวจสอบการลงลายมือชื่อในงบการเงินในช่วงเวลาที่ไม่ยื่นชั่วโมง CPD ให้ครบถ้วน

เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ให้นำส่งแก่สภาวิชาชีพบัญชีฯ

บทความที่น่าสนใจ

Card 1
รวมคอร์สสาย Content

ถ้าบทความของคุณดี คนก็จะมาอ่านบทความของคุณเยอะ… นั่นก็จะทำให้คุณเปลืองค่า Hosting ถ้าบทความของคุณดี คนก็จะมาพูดคุยกับคุณมากมาย… นั่นก็จะทำให้คุณต้องเสียเวลาไปตอบ ถ้าบทความของคุณดี คนก็จะอยากซื้อของที่คุณขาย… นั่นก็จะทำให้คุณต้องเสียเวลาไปส่งของ และคอยบริการลูกค้า

ดูเพิ่มเติม
Card 1
บทความคืออะไร? เริ่มต้นเขียนบทความยังไงให้กลายเป็นคอนเทนต์ยอดฮิต

ในปัจจุบันนี้การทำตลาดได้แปรเปลี่ยนจากออฟไลน์มาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทำให้กลยุทธ์การสื่อสารมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการสื่อสาร วิธีการสื่อสาร และรูปแบบการใช้สื่อเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่ง 1 ในรูปแบบการสื่อสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังคงใช้อย่างต่อเนื่องจากการสื่อสารแบบออพไลน์นั้นก็คือ “คอนเทนต์” ที่ทุกคนเรียกกันติดปากในยุคนี้

ดูเพิ่มเติม